บ้านมือสองมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องมากขึ้น เพราะจุดเด่นของที่อยู่อาศัยมือสอง คือ เรื่องของทำเลที่ตั้ง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ และพื้นที่เชื่อมต่อ ซึ่งเป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านที่ดินที่จะนำมาพัฒนา โดยเฉพาะด้านราคาที่ถูกกว่าการซื้อบ้านใหม่ในต้นทุนที่ต่ำกว่า จึงสามารถนำไปปรับปรุง และพัฒนาต่อได้

การขยายตัวของบ้านมือสอง

ปัจจุบันภาพรวมบ้านมือสองขยายต่อเนื่อง เพราะเมื่อโอนบ้านแล้วเกิดการเปลี่ยนมือ เพียงแค่ 1 วัน ก็กลายสภาพเป็นบ้านมือสองเข้ามาสะสมในตลาด ขณะโครงการใหม่ก็เปิดต่อเนื่อง เป็นเพราะคนไทยไม่นิยมบ้านมือสอง ต่างกับต่างชาติที่สำคัญกฎหมายบ้านเราปล่อยให้สร้างอย่างเสรี ใครมีที่ดินก็ขึ้นคอนโดมิเนียมได้

บ้านมือสองสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนที่นิยมหาที่อยู่อาศัยในเมือง เพื่อลดภาระและเวลาในการเดินทางจากพื้นที่ชานเมืองเพื่อเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร หรือลักษณะไลฟ์สไตล์ของคนเจนวาย หรือเจนแซด นิยมอยู่ใกล้รถไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในเมือง รวมถึงกำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย

คุณสมบัติที่ดีของบ้านมือสอง

1. บ้านมือสองพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที
2. ซื้อบ้านมือสองมักต่อรองราคาได้มากกว่าบ้านใหม่
3. บ้านมือสองสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องสภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านได้
4. บ้านมือสองมักจะอยู่ใกล้ความเป็นชุมชนมากกว่า
5. บ้านมือสองเห็นสภาพปัญหาของอาคารและสิ่งปลูกสร้างก่อนตัดสินใจซื้อ
6. บ้านมือสองมีจำนวนตัวเลือกมากกว่าบ้านใหม่
7. บ้านมือสองสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้มากกว่าบ้านใหม่

เปรียบเที่ยบราคาบ้านมือสองก่อนซื้อ

การซื้อบ้านมือสองควรหาซื้อบ้านที่เคยปล่อยให้เช่าและราคาค่าเช่าต่ำกว่าราคาเช่าในท้องตลาดทั่วไป เพราะหากเราซื้อมา และปล่อยให้เช่าเราสามารถเพิ่มค่าเช่าได้ ก่อนเลือกซื้อบ้านควรที่จะเปรียบเทียบกับราคาประเมินบ้านที่มีอยู่แล้ว เช่น ราคาซื้อขายบ้านมือสอง ที่คล้ายคลึงในบริเวณที่ใกล้เคียง รวมถึงราคาประเมินของกรมที่ดิน ของธนาคาร และบริษัทประเมิน เพื่อให้รู้ว่าที่ใดคุ้มค่าที่สุดก่อนการเลือกซื้อ

กู้ซื้อบ้านมือสองกับธนาคาร

การยื่นกู้ซื้อบ้านมือสองกับธนาคาร ผู้ซื้อหรือผู้กู้จะต้องเตรียมเอกสารแสดงตนและเอกสารทางการเงินที่แสดงแหล่งที่มาของรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง เป็นต้น พร้อมทั้งจะต้องนำสัญญาจะซื้อจะขายและสำเนาโฉนดที่ดินที่ได้มาจากผู้ขาย ยื่นกับธนาคารเพื่อให้ประเมินราคาทรัพย์สิน ซึ่งปกติแล้วธนาคารก็จะให้วงเงินกู้ไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยเลือกราคาที่ต่ำกว่า